Latest News

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเบตง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเบตง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ตชด. อส. อ.เบตง จ.ยะลา รวบพ่อค้ายาขณะผูกเปลนอนหลับอยู่บนเขาข้างบ้าน


 เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. อ.เบตง จ.ยะลา รวบพ่อค้ายาขณะผูกเปลนอนหลับอยู่บนเขาข้างบ้าน รับสารภาพ อยู่บนเขาจะเห็นเจ้าหน้าที่ก่อนได้หนีทัน 

     วันที่ 5 ก.พ.66 ตามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้หน่วยงานในสังกัด ร่วมกับหน่วยกำลังหลักในพื้นที่ ระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน วัตถุระเบิด ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม ในห้วง 1-5 กพ.66 พ.ต.ท.อรรถพล จินตาคม ผบ.ร้อย ตชด.445 จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.มาตุภูมิ ธรรเนียม ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.445 ร.ต.ท.ณัฐีร์ ปัญจสิริวิทย์ หัวหน้าชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร้อย ตชด.445 ประสานนายพิชัย แก้วจำรัส ปลัดอำเภอเบตง รับผิดชอบงานยาเสพติด นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.445, ฉก.ตชด.445, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง, อส.อำเภอเบตง ออกสืบสวนหาข่าวจนสามารถ จับกุมนายนันธพงค์ เหมวรรณ์ อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 394 เม็ด มีทั้งที่บรรจุอยู่ในหลอดเครื่องดื่มและในถุงสีฟ้า อุปกรณ์การเสพยาบ้า จำนวน 1 ชุด อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนจำนวน 20 นัด ขณะผูกเปลนอนหลับอยู่บนเขาบริเวณหลังศาลเจ้าพ่อเสือ ปากทางเข้าหมู่บ้านอัยเยอร์ซอ ม.2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งห่างจากบ้านพักประมาณ 20 เมตร



     จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ที่มาผูกเปลนอนอยู่บนเขาข้างบ้านเพราะหากเจ้าหน้าที่มาจับกุม ตนจะได้มองเห็นก่อนจะได้หนีทัน ซึ่งเจ้าหน้าที่มาตรวจค้นหลายครั้งแล้วตนก็หนีได้ตลอด แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เดินอ้อมป่าเขามาทางหลังและตนก็นอนหลับอยู่จึงหนีไม่ทัน ตนพึ่งขายยาบ้าได้ประมาณ 2 เดือน โดยรับมาจากคนรู้จัก เมื่อคืน 2 ถุง (400 เม็ด) ในราคาถุงละ 8,000 บาท และนำมาขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ในราคาเม็ดละ 100 บาท ส่วนอาวุธปืนเป็นของบิดา ตนนำมายิงสัตว์ เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงตั้งข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ที่มา สวท.เบตง News

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ฝนตกหนักต่อเนื่อง ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เกิดดินสไลด์พื้นถนนพังเสียหาย


 ฝนตกหนักต่อเนื่อง ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา  เกิดดินสไลด์พื้นถนนพังเสียหาย น้ำป่าไหลกัดเซาะแนวตลิ่งใกล้ที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ในพื้นที่ ต.ยะรม ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน



วันนี้(19ธ.ค.65) ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ เหมกุสุมา. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย บริเวณจุดที่เกิดดินสไลด์ ไหล่ทางชำรุดทำให้เกิดอันตรายในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่  บ้านสวนใหม่  ม.3 ซึ่งเป็นถนนของทางหลวงชนบท และ ม.5 บ้านราโมง ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางดังกล่าว  ร่วมไปถึงสำรวจแนวตลิ่ง ริมคลองเบตง ภายหลังน้ำป่าไหลกัดเซาะดินทรุดตัวพังทลายเป็นแนวยาว ส่งผลให้พื้นดินและพืชผลทางการเกษตร ต้นไม้ ต้นมะพร้าว ของชาวบ้านได้ความเสียหายล้มตลอดแนว พื้นที่โดยรอบของบ้านพักอาศัยของชาวบ้านถูกน้ำป่าค่อยๆ กัดเซาะตลิ่งพังลงไปในคลอง 






ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ เหมกุสุมา. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำฝนตกต่อเนื่องในช่วงนี้ ปริมาณน้ำฝนที่สะสม ทำให้ดินชุ่มน้ำ อุ้มน้ำไม่ไหว จึงเกิดดินสไลด์ ไหล่ทางชำรุดเส้นทางเข้า - ออกหมู่บ้าน  อีกทั้งกระแสน้ำป่า ได้ไหลกัดเซาะตลิ่งพังลงไปในคลอง ทำให้ ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา  ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักในช่วงนี้ เบื้องต้นได้หมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ นำแผงกั้นจราจรพลาสติกมาตั้งใว้ที่จุดอันตราย พร้อมติดเทปกั้นเขตตลอดแนวที่ไหล่ทางชำรุด เพื่อแจ้งหรือเตือนให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้ทราบ เพิ่มความระมัดระวังว่าไม่ควรเข้าใกล้  และแบ่งพื้นที่การจราจรให้ใช้ถนนได้เลนเดียวเป็นการชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและลดอุบัตติเหตุ และรอหมดช่วงหน้าฝนจะประสานหมวดทางหลวงเบตงให้นำดินมาถมจุดดังกล่าว  ส่วนจุดที่น้ำป่าไหลกัดเซาะนั้น ขณะนี้ได้ตั้งงบประมาณขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลาแล้ว เพื่อดำเนินการสร้างแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง คาดว่าต้นปี2566 คงได้ดำเนินการ  โดยเบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเคลื่อนย้ายต้นไม้และสิ่งของที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวกขึ้น 






นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม  กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนติดตามฝาระวังสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ในช่วงนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ชาวบ้านเก็บข้าวของเครื่องใช้ไว้ที่สูง และติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อม อพยพอยู่ในที่ปลอดภัย ติดตามข้อมูลและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และแจ้งข้อมูล การขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ  พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ อบต.ยะรม จัดเตรียมกำลังและ เครื่องจักรกล อุปกรณ์ เครื่องมือให้พร้อมในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยประชาชน ให้ดำเนินการในทุกช่องทาง ทั้งสื่อออนไลน์ หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ฝนตกหนักลมกระโชกแรงเมื่อคืนที่ผ่านมาทำให้ต้นทุเรียนหักโค่น ผลทุเรียนร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก


 อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ฝนตกหนักลมกระโชกแรงเมื่อคืนที่ผ่านมาทำให้ต้นทุเรียนหักโค่น ผลทุเรียนร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก  ด้านชาวสวนทุเรียน เร่งหาวิธีป้องกัน ต้นทุเรียน และลูกทุเรียน ที่จะเก็บขายได้ในช่วงสิ้นเดือนนี้ 

วันนี้ (5 ก.ค.65) นายอารีฟ มหัศนียนนท์ เกษตรอำเภอเบตง ลงพื้นที่ ม.2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา สำรวจความเสียหายสวนทุเรียนของนายวิสุทธิ์ โชตน์ธนานันต์ ภายหลังจากเกิดฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุเรียนขนาดใหญ่ที่กำลังออกลูก หักโค่นลงมา ผลทุเรียนร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก 


นายวิสุทธิ์ โชตน์ธนานันต์ เจ้าของสวนทเรียน  เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงในพื้นที่ อ.เบตง ทำให้ต้นทุเรียนหมอนทองขนาดใหญ่ที่กำลังออกลูก หักโค่นลงมา ทำให้ผลทุเรียนร่วงหล่น จำนวน 1 ตัน จากนั้นตนได้ให้คนงานในสวน ช่วยกันผูกเปลผลทุเรียน เร่งผูกโยงกิ่งต้นทุเรียนป้องกันกิ่งฉีกหัก ป้องกันความเสียหายจากฝนตกหนักลมพัดแรงในระยะนี้  รวมทั้งใช้ไม้ค้ำกิ่งและค้ำต้นเพื่อช่วยพยุงไม่ให้โค่นลงได้ง่าย เนื่องจากยังไม่ไว้ใจต่อสภาพอากาศในช่วงนี้ ที่อาจจะส่งผลกระทบให้กับต้นทุเรียนได้ อย่างน้อยก็ยังช่วยบรรเทาได้บ้าง โดยเฉพาะผลผลิตทุเรียนกำลังใกล้ที่จะเก็บเกี่ยวได้ในเดือนสิ้นเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมจะส่งออกขาย ต้องหาทางป้องกันอย่างดีที่สุด เพื่อให้เกิดความเสียหายให้น้อยที่สุด ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ต้นทุเรียนในสวนของตนหักโค่นลงมาจำนวน 5 ต้น จากฝนที่ตกหนักและลมกระโชกแรง ส่วนผลทุเรียนที่ร่วงหล่นจะนำไปวางไว้รอบๆโคนต้นทุเรียนแล้วราดด้วยน้ำ เพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์มีประโยชน์ต่อต้นทุเรียนอย่างมาก เพราะในผลทุเรียนมีทั้งโปรตีน น้ำตาล เป็นจำนวนมาก สำหรับค่าเสียหายครั้งนี้ ประมาณ 120,000 บาท 


นายอารีฟ มหัศนียนนท์ เกษตรอำเภอเบตง กล่าวว่า สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรมส่งเสริมการเกษตรยึดหลักปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 โดยมีหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย ตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย  ทั้งนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติและผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเขตพื้นที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เกษตรกรต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) โดยให้ผู้นำท้องถิ่นรับรอง ก่อนจะมีการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร และพื้นที่เสียหายจริงเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป









Cr:สวท.เบตง

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565

รถสิบล้อพ่วงบรรทุกไม้ยางพาราเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงขายไอศกรีม แม่ลูกสาวคนโตบาดเจ็บ ส่วนน้องคนเล็ก อายุ 3 ขวบเสียชีวิต

 


เย็นวานนี้ 1 มิ.ย.65 ร.ต.อ.ไพโรจน์ จันทร์สิงห์ พนักงานสอบสวน สภ.ยะรม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถพ่วงเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ขายไอศกรีม มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่ ถนนเบตง-จันทรัตน์ ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา

 จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัยสว่างเบตงธรรมสถาน
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางเข้าซอยเจริญสุข มีชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงดูเหตุการณ์ พบรถสิบล้อพ่วง บรรทุกไม้ยางพารา

หมายเลขทะเบียน 80-7971 ยะลา จอดอยู่ข้างถนน โดยหัวรถมุ่งหน้าไปทางเขตเทศบาลเมืองเบตง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ซึ่งเป็นรถขายไอศรีม หมายเลขทะเบียน 9กฐ 8528 กทม สภาพพังยับ ล้อหน้าหลุดออกจากตัวรถบิดงอ อยู่กลางถนน และมีเศษชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน และยังมีกองเลือดกองใหญ่อยู่บนพื้นถนน ส่วนผู้บาดเจ็บชาวบ้านได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเบตงแล้ว ทราบชื่อ น.ส.วารุณี เวชพันธ์ อายุ 43 ปี คนขับรถไอศกรีม ด.ญ.สุชาวดี เวชพันธ์ อายุ 9 ปี ลูกสาว และ ด.ญ.สุภาสนี ลูดิง อายุ 3 ปี ลูกสาวคนเล็ก และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับรถพ่วง ก็ไม่ได้หนีไปไหนยืนคอยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บริเวณนั้น ทราบชื่อ นายชาญณรงค์ ย้อยชวง อายุ 50 ปี



สอบถามทราบว่า ได้ขับรถมารับไม้ยางพาราในพื้นที่ตำบลยะรม และกำลังนำไม้ยางพาราไปส่งให้โรงงานที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถจักรยานยนต์พ่วงข้างซึ่งเป็นรถขายไอศรีม วิ่งสวนทางมา แล้วอยู่ๆรถขายไอศรีมก็ขับเซ มาชนรถตนด้านข้างจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า รถขายไอศกรีมอาจตกหลุม เสียหลักจนเซ ไปชนเข้ากับด้านข้างของรถพ่วง แต่ก็ต้องสวบสวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ในระแวกดังกล่าวโดยละเอียดอีกครั้งถึงจะสามารถสรุปคดีอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้

Cr:สวท.เบตง

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565

รุดตรวจห้องน้ำบ่อน้ำร้อนเบตง พบชำรุด ซ่อมไม่ไหว ควัก 1.4 ล้านรื้อระบบ

 

นายอำเภอเบตง – รองปลัด อบจ.ยะลา นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจห้องน้ำในบ่อน้ำร้อนเบตง พบชำรุดจริง แถมซ่อมแซมไม่ได้ นายก อบจ.อนุมัติงบ 1.4 ล้านบาท ปรับปรุงรื้อระบบใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

หลังจาก “ทีมข่าวอิศรา” นำเสนอเรื่องราวพร้อมภาพที่ นายนรินทร์ เรืองวงศา ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวไทย หรือ สธทท. ได้แชร์ปัญหาห้องน้ำภายในสถานที่ท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนเบตง ซึ่งมีสภาพสุขภัณฑ์ชำรุดและสกปรกขาดการดูแล โดยได้เผยแพร่เรื่องนี้ในกลุ่มไลน์คนเบตงและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและดำเนินการแก้ไขนั้น

ล่าสุดวันจันทร์ที่ 25 เม.ย.65 ที่บ่อน้ำร้อนเบตง ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง พร้อมด้วย นายจำรัส สีทองชื่น รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา (อบจ.ยะลา) นายวิรัต แซ่ตัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตาเนาะแมเราะ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจจุดชำรุดทรุดโทรมที่ต้องปรับปรุง บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนเบตง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสวยงาม รวมทั้งเพื่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

นายเอก กล่าวว่า ยอมรับว่า 2 ปีที่ผ่านมา อ.เบตง ปิดพรมแดน และเพิ่งเปิดการท่องเที่ยวได้อีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ บางจุดจึงต้องอาศัยเวลาในการฟื้นฟู บางทีก็อาจจะมีห้องน้ำห้องท่าที่ชำรุดบกพร่องไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดี เรื่องราวเหล่านี้ ส่วนราชการหรือเจ้าของสถานที่ต่างๆ มีความตระหนักอยู่แล้วว่าจะต้องปรับปรุงดำเนินการแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยต่อไป ซึ่งก็ทราบว่า อบจ.ยะลามีโครงการปรับปรุงสถานที่หลายโครงการ โดยเฉพาะห้องน้ำ รวมทั้งด้านการบริการต่างๆ ด้วย

นายจำรัส กล่าวว่า ห้องน้ำที่บ่อน้ำร้อนเบตง สร้างมาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว จึงต้องมีชำรุดสึกหรอบ้าง ซึ่งทาง อบจ.ยะลา ไม่ได้นิ่งนอนใจ จากการตรวจสอบพบว่า ห้องน้ำอยู่ในสภาพขำรุดและไม่สามารถซ่อมแซมได้ นายมุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา จึงได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 1,400,000 บาท เพื่อปรับปรุงห้องน้ำ โดยทำการปรับปรุงห้องน้ำเดิมและรื้อระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งเครื่องสุขภัณฑ์ต่างๆ และพื้นห้องน้ำ พร้อมแยกห้องน้ำหญิง-ชาย รวมถึงห้องน้ำคนพิการ ก็มีบริการให้พร้อม

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งคาดว่าจะปรับปรุงได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป และคาดว่าอาจจะปิดปรับปรุงในเดือน ส.ค. โดยช่วงนี้เราต้องปิดการให้บริการห้องน้ำเอาไว้ก่อน แต่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ก็ได้จัดห้องน้ำไว้รองรับเป็นการชั่วคราวแล้ว อยู่ตามอาคารต่างๆ ในบริเวณบ่อน้ำร้อน รวมทั้งหมดประมาณ 25 ห้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ได้ไปพลางก่อน โดยมีป้ายบอกทางเอาไว้ นอกจากนั้นทาง อบจ.ยะลา ก็จะดำเนินการปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับการบริการที่ดีที่สุด” รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าว

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนเบตง ตั้งอยู่ใน ต.ตะเนาะแมเราะ ห่างจากตัวเมืองเบตงไม่ไกล เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 80 องศา และมีบริเวณของน้ำเดือดสามารถต้มไข่ไก่ได้ให้สุกได้ภายใน 7 นาที โดยภายในจะมีสระน้ำขนาดใหญ่เก็บน้ำจากน้ำพุร้อน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้อาบและแช่เท้าเล่นกัน โดยเชื่อกันว่า บ่อน้ำร้อนนี้สามารถบรรเทาอาการป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคปวดเมื่อย โรคเหน็บชา โรคผิวหนัง ทำให้บ่อน้ำร้อนเบตงเป็นอีกแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของ จ.ยะลา ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมเยือน

ขอบคุณที่มา Isranews สำนักข่าวอิศรา

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2565

ตำรวจหลับในพุ่งชนร้านค้าประชาชนที่อัยเยอร์เวง

 


ตำรวจหลับในพุ่งชนร้านค้าประชาชนที่อัยเยอร์เวง

เมื่อ 14.30 น. วันที่ 7/4/65 เกิดเหตุรถกระบะพุ่งชนร้านค้าประชาชน ในพื้นที่บ้านกม.38 ม.6 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ทำให้ข้าวของพังเสียหายจำนวนมาก คนขับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บันนังสตา สาเหตุเกิดจากขับรถแล้วหลับใน






วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565

ยะลา ชาวบ้านผวา หมูป่าขวิดเด็กเล่นน้ำในคลอง แกะรอยผลักดันเข้าป่า

 

ชาวบ้าน อ.เบตง ผวา หลังหมูป่าที่ขวิดเด็กเล่นน้ำในคลองหมู่บ้านราโมง เจ้าหน้าที่อุทยาน ร่วมกับ อส. และ ชาวบ้าน จัดทีมแกะรอยผลักดันเข้าป่า คาดเป็นหมูที่ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 17 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านราโมง มีเด็กถูกหมูป่าขวิดได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางลาง พร้อม อส.อำเภอเบตง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. อรบ. และชาวบ้านได้จัดกำลังจะเดินแกะรอยหมูป่าที่เข้ามาขวิดเด็กในหมู่บ้าน เพื่อขับไล่ต้อนให้กลับเข้าป่าไม่ให้มาอยู่ในระแวกหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านกลัว จนไม่กล้าออกไปไหนและไม่ไปทำสวนแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่5 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านของเด็กที่ถูกหมูป่าไล่ขวิด ก็พบชาวบ้านหลายคนกำลังพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว และพบนายชัยฟูดินร์ อ่อนขวัญเพ็ชร อายุ 16 ปี เด็กที่โดนหมูป่าขวิด นั่งอยู่บนเบาะที่นอนภายในบ้าน ที่ขาข้างซ้ายมีผ้าพันแผลพันอยู่ ขาข้างขวามีรอยขีดข่วนและรอยถลอก
นายชัยฟูดินร์ เล่าให้ฟังว่า ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ ตนได้ไปนั่งเฝ้าน้องชายเล่นน้ำในคลองกับเด็กๆในหมู่บ้านจำนวนหลายคน ซึ่งคลองดังกล่าวอยู่ด้านหลังบ้าน ห่างจากบ้านไปประมาณ 200 เมตร ขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน ซึ่งต้องผ่านป่าและทุ่งนา มีเด็กๆที่ไปด้วยได้ยินเสียงปืนบนเขาดังขึ้น 1 นัด จากนั้นไม่ถึง 5 นาที ก็มีหมูป่า วิ่งมากัดเด็กที่เดินด้านหลังสุด ทำให้เด็กๆที่มาด้วยกันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง บางคนก็หนีขึ้นต้นไม้ บางคน ก็วิ่งไปบอกผู้ใหญ่ ตนก็ทำไรไม่ถูก พยายามหาไม้ก็ไม่มี มีแต่ไม้ผุๆ ตนจึงใช้ไม้ผุๆเข้าไปตีหมูป่า จนหมูป่าหันมาขวิดตน และมาสนใจตน พร้อมทั้งบอกให้เด็กที่โดนขวิดวิ่งหนีไป แล้วก็มีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็เข้ามาช่วย พร้อมแจ้งกู้ภัยมารับพวกตนส่งโรงพยาบาลเบตง ส่วนเด็กที่โดนขวิดอีกคน ทราบชื่อ ด.ช.อับดุลลาตีฟ ดามาลี ซึ่งมีอายุเพียง 9 ปี ตอนนี้ถูกส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา มีบาดแผลเหวอะที่บริเวณท้องด้านซ้าย ที่ศีรษะ และตามลำตัวก็มีบาดแผลถลอก รอยขีดข่วนอีกหลายแห่ง


นายอัมรอน ลูดิง ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ได้พาผู้สื่อข่าวไปตามเส้นทางที่เด็กๆในหมู่บ้านเดินไปเล่นน้ำ และจุดที่หมูป่าขวิดเด็กทั้ง 2 คน ซึ่งจุดที่หมูป่าขวิดเด็กทั้ง 2 คน เป็นทุ่งนา ด้านข้างเป็นป่าและสวนผลไม้ของชาวบ้าน อยู่ห่างจากคลองที่เด็กเล่นน้ำประมาณ 50 เมตร และห่างจากบ้านชาวบ้านประมาณ 150 เมตร เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่คนในหมู่บ้าน และเด็กๆ ใช้สัญจรเดินไปที่คลองเป็นประจำ ตามเส้นทางยังพบรอยเท้าของหมูป่า จุดเกิดเหตุก็ยังพบรองเท้าและเสื้อของเด็กๆที่วิ่งหนีเอาตัวรอดกัน คาดหมูป่าตัวนี้คงได้รับบาดเจ็บและวิ่งหนีลงมาจากเบาเขาสวนยาง มาเจอเด็กๆเข้าเลยทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ แล้วได้วิ่งหนีขึ้นไปบนเขาสวนยางของชาวบ้าน



ขอบคุณที่มา เพจ สวท.เบตง News

Recent Post